ปวดหลังเรื้อรัง ระวังโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ

อาการปวดหลังแบบเป็น ๆ หาย ๆ หรือทางการแพทย์มักใช้คำว่า อาการปวดหลังเรื้อรัง เป็นหนึ่งในความเจ็บป่วยที่ไม่ควรละเลย ไม่ว่าจะเกิดกับตัวคุณเองหรือคนใกล้ชิด เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณของโรคทางกระดูกสันหลังรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่า โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ เชื่อว่าหลายคนอาจไม่เคยได้ยิน ดังนั้นมาทำความรู้จักโรคนี้ให้มากขึ้นกันสักหน่อย

ปวดหลังเรื้อรัง เพราะโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ เกิดขึ้นจาก

สาเหตุที่ทำให้โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ เกิดจากการเสื่อมสภาพของส่วนประกอบต่าง ๆ ภายในกระดูกสันหลัง ไม่ว่าจะเป็นหมอนรองกระดูก เส้นเอ็น หรือข้อต่อ และเมื่อเกิดความเสื่อม ส่วนประกอบดังกล่าวจะขยายตัวและมีความหนาเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติของร่างกายที่ต้องพยายามรักษาตัวเองและเพิ่มความแข็งแรง ดังนั้นเมื่อส่วนประกอบในโพรงกระดูกสันหลังมีขนาดใหญ่กว่าปกติ จึงทำให้ตัวเส้นประสาทที่อยู่ภายในเช่นกันถูกกดทับ เป็นผลให้เกิดอาการปวดตามเส้นทางที่เส้นประสาทนั้นส่งผ่านไป นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ เช่น เกิดเนื้องอกในไขสันหลัง กระดูกสันหลังคด เส้นเอ็นยึดกระดูกสันหลังมีความหนาผิดปกติ หรือการประสบอุบัติเหตุที่ทำให้กระดูกสันหลังได้รับบาดเจ็บ

ไม่ใช่แค่ปวดหลังเรื้อรัง แต่ยังมีอาการ

อาการปวดหลังเรื้อรังของโรคนี้จะเป็นไปในลักษณะปวดหน่วง ๆ หรือรู้สึกตึง ๆ บริเวณที่เป็นบ่อยจะอยู่ที่ช่วงกลางของเอว แต่ยังมีอาการเด่นชัดคือปวดร้าวตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะช่วงเอว สะโพก ขา จนไปถึงฝ่าเท้า รวมทั้งมีอาการชายิบ ๆ เหมือนมีมดไต่อยู่ตามหน้าแข้ง น่อง หรือนิ้วเท้า อาจเป็นตะคริวได้ด้วย นอกจากนั้นอาจมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ ทำให้ทรงตัวได้ไม่ค่อยดี เดินได้ไกลสุดไม่เกินระยะ 150 เมตร

อาการเหล่านี้จะแสดงออกอย่างชัดเจนเมื่อต้องยืนหรือเดินนาน ๆ ยิ่งถ้าเดินผิดท่าด้วยยิ่งมีอาการมาก แต่จะบรรเทาลงหากได้นั่งพัก ซึ่งเป็นเพราะเวลาที่ร่างกายของคนเราอยู่ในแนวตั้งตรง โพรงประสาทจะมีพื้นที่แคบกว่าในท่าที่หลังโค้ง ส่วนกรณีที่โพรงเส้นประสาทตีบแคบมาก ๆ การยืนหรือเดินแค่เพียง 2-3 นาที ก็ทำให้ทุกข์ทรมานได้

ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้

ภาวะแทรกซ้อนของโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบนั้น แม้จะพบได้เป็นส่วนน้อย แต่หากไม่รีบดูแลตัวเองหรือเข้ารับการรักษา อาจทำให้เกิดอาการผิดปกติที่ร้ายแรงได้ โดยภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้ เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรงจนเสียการทรงตัว กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรืออาจหนักถึงขั้นเป็นอัมพาตได้

โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ กลุ่มเสี่ยงไม่ใช่แค่ผู้สูงอายุ

เมื่อก่อนผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคนี้มากที่สุด มักเป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป แต่ในปัจจุบันทางการแพทย์พบว่า คนช่วงวัย 30 ปีขึ้นไปก็มีความเสี่ยงได้ หากอยู่ในกลุ่มเหล่านี้

  • ผู้ที่มีภาวะอ้วน น้ำหนักเกิน
  • ผู้ที่ต้องอยู่ในท่ายืนหรือเดินเป็นเวลานาน
  • ผู้ที่ยกของหนัก ๆ อยู่เป็นประจำ
  • ผู้ที่เคยประสบอุบัติเหตุ หรือได้รับการกระทบกระเทือนบริเวณกระดูกสันหลัง
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
  • ผู้หญิงที่หมดประจำเดือนแล้ว

หากเป็นแล้วต้องรักษาด้วยการ

  • การใช้ยา เพราะโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบจะทำให้มีอาการปวดหลังเรื้อรัง เริ่มแรกจึงเป็นการรักษาโดยมุ่งเน้นที่การใช้ยาบรรเทาอาการปวด เพื่อลดการทำงานของเส้นประสาทที่ทำให้เกิดอาการปวด รวมถึงให้ยาแก้อักเสบและยาคลายกล้ามเนื้อ เช่น อะเซตามิโนเฟน นาพร็อกเซน หรือไอบูโพรเฟน แต่ยาประเภทนี้ไม่ควรใช้ในระยะยาว ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์เพิ่มเติม
  • การทำกายภาพบําบัด เนื่องจากพบว่าผู้ป่วยที่ทำกายบำบัดแล้วจะมีการทรงตัวที่ดีขึ้น รวมทั้งยังเป็นการช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่น และเพิ่มความแข็งแรงให้กับกระดูกสันหลังและร่างกายโดยรวมได้ดี
  • การผ่าตัด เมื่อปล่อยให้โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบไปนาน ๆ จนเส้นประสาทถูกกดทับมาก อาจต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อทำการขยายโพรงกระดูกสันหลัง หรือต้องเชื่อมกระดูกสันหลัง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและดุลยพินิจของแพทย์

ไม่อยากเป็นต้องดูแลตัวเอง

กรณีผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป การเสื่อมสภาพของกระดูกตามธรรมชาติอาจเป็นเรื่องที่ควบคุมได้ยาก แต่สามารถป้องกันไม่ให้อาการปวดหลังเรื้อรังกลายเป็นความทรมานรุนแรงได้ เพียงต้องดูแลเรื่องอาหารการกินมากเป็นพิเศษ รวมถึงการตรวจเช็กสุขภาพประจำปี ส่วนคนหนุ่มสาวที่รู้ว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับมวลกระดูกและกล้ามเนื้อหลัง ลดทานอาหารมื้อดึกเพื่อควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์สุขภาพดี รวมถึงลดพฤติกรรมเสี่ยงปวดหลังเรื้อรังอื่น ๆ

นอกจากนั้น เมื่อรู้ว่ายุคนี้ใคร ๆ ก็เสี่ยงเป็นโรคดังกล่าวได้ การใช้ตัวช่วยที่ถนอมโครงสร้างหลังจึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพได้ในระยะยาว อย่างที่นอนยางพาราแท้ที่มีเทคโนโลยี 7 BODY ZONE SUPPORT เมื่อเทคโนโลยีดี ๆ ผสมผสานกับความยืดหยุ่นของที่นอนยางพารา จึงช่วยประคับประคองให้กระดูกสันหลังได้เรียงตัวอย่างเป็นธรรมชาติที่สุดในขณะนอนหลับ นอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติป้องกันไรฝุ่น ช่วยลดอาการภูมิแพ้กำเริบจนไอจามแล้วปวดหลัง ที่สำคัญคือช่วยให้นอนหลับได้อย่างมีคุณภาพ ไม่ว่าจะอาการปวดหลังเรื้อรังเพราะทำงานหนัก หรือเป็นผลมาจากโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ หากมีการนอนหลับที่ดีแล้ว ร่างกายย่อมเกิดการฟื้นฟูได้ตามธรรมชาติ ความเจ็บป่วยที่เป็นอยู่จึงทุเลาลงไปได้ ใครไม่อยากเจ็บป่วยรุนแรงจนต้องเข้าห้องผ่าตัด ต้องรีบหาซื้อที่นอนยางพาราคุณภาพดีได้แล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และโฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลวส่วนบบุคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ Cookies ที่เราใช้งานได้แก่ Google Analytics และ Facebook Pixel

บันทึกการตั้งค่า